เหตุการณ์แรกคือ ครบรอบ ๒๕๐ ปี รัชกาลที่ ๑ แห่งราชวงศ์จักรี (ทองด้วง) เสด็จตามพญาช้างเผือกมาที่เมือง ขุขันธ์ พ.ศ. ๒๓๐๒
เหตุการณ์ที่ ๒ คือ ครบรอบ ๒๕๐ ปี เมืองขุขันธ์ปกครองในระบบราชการขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา ในฐานะหัวเมืองชั้นนอก
เหตุการณ์ที่ ๓ คือครบรอบ ๒๕๐ ปี ตากะจะได้รับโปรดเกล้าฯ บรรดาศักดิ์เป็น “หลวงแก้วสุวรรณ” ตำแหน่งนายกอง
เหตุการณ์ที่ ๔ คือครบรอบ ๒๕๐ ปี เชียงขันได้รับโปรดเกล้าฯ บรรดาศักดิ์เป็น “หลวงปราบ” ตำแหน่งผู้ช่วยนายกอง
เหตุการณ์ที่ ๕ คือครบรอบ ๒๕๐ ปี การตั้งศาลหลักเมืองขุขันธ์ ( ปรับปรุงทำนุบำรุงใหม่ ๒๕๕๒)
เหตุการณ์ที่ ๖ คือครบรอบ ๒๐๐ ปี พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑ หรือสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ( ทองด้วง) ทรงเสด็จสวรรคต (เห็นสมควรที่น่าจะสร้างอนุสรณ์สถานอนุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ เมืองขุขันธ์ อีกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญร่งเรืองแห่งเมืองขุขันธ์ สืบไป)
ด้วยเหตุการณ์และเหตุผลดังกล่าวในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จึงเห็นควรจัดทำบุญเฉลิมฉลอง ๒๕๕๒ ปี เมืองขุขันธ์ให้ยิ่งใหญ่สมกับเป็นเมืองประวัติศาสตร์เพื่อเตรียมการขอยกฐานะเป็นจังหวัดขุขันธ์ต่อไป
เรื่องน่าคิด ๒๕๐ ปี เมืองขุขันธ์ (พ.ศ. ๒๕๕๒)
ประวัติศาสตร์ คือ เหตุการณ์ที่เป็นมาในอดีตหรือเรื่องราวต่าง ๆ ของประเทศชาติ ตามที่ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน ดังนั้นการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ในอดีตจึงสอนเฉพาะเรื่องราวของประเทศชาติเป็นสำคัญ โดยขาดการสอนให้เกิดการเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแต่เน้นการสอนตามที่หนังสือประวัติศาสตร์ที่ได้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานเท่านั้นจึงทำให้ขาดการเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตนเอง
การเรียนรู้ซึ้งถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งทั้งเรื่องราวที่ได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและทั้งที่ไม่ได้บันทึกไว้ การศึกษาและการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะทำให้คนรู้ถึงภูมิหลังของตนเองมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการเคารพและภาคภูมิใจในตนเองและในขณะเดียวกันก็จะเกิดการเคารพบุคคลอื่นด้วย ประการสำคัญการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นทำให้เรารู้ถึงอดีตซึ่งจะนำไปสู่การ มีความสามารถที่จะกำกับและจัดการกับปัจจุบันได้อันจะนำไปสู่การพัฒนาตน พัฒนาท้องถิ่นในอนาคตต่อไปได้
ดังนั้นทุกคนจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตนเอง แต่เป็นที่น่า เสียดายที่ระบบการศึกษาของไทยทางด้านสังคมศาสตร์ไม่ได้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตนเองแต่ละท้องถิ่น แต่ได้มีการสอนประวัติศาสตร์ตามหนังสือ โดยไม่ให้ได้เรียนรู้โดยการสืบค้นและเผชิญสืบรับฟังจากการบอกเล่าของคนในท้องถิ่น ทำให้ไม่เข้าใจและไม่รับรู้ในรากเง้าของบรรพบุรุษของตนเอง แต่กลับไปสนใจศึกษายกย่องเชิดชูประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบ้านอื่นเมืองอื่นยิ่งกว่าท้องถิ่นของตนเอง จึงทำให้ความรักความหวงแหนความภาคภูมิใจในท้องถิ่นแผ่นดินเกิดก็ไม่มีดังจะเห็นเป็นความจริงอยู่ไม่น้อยว่า ผู้ที่ได้รับการศึกษาในระดับสูงๆ แล้วส่วนใหญ่จะไม่ยอมกลับถิ่นฐานเดิมอันเป็นแผ่นดินเกิดแต่กลับไปกระจุกประกอบอาชีพอยู่ในเมืองใหญ่ ๆทำให้ท้องถิ่นชนบทขาดผู้นำในการพัฒนาอันส่งผลให้เกิดปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย หนึ่งในหลาย ๆ สาเหตุเกิดจากการที่คนในท้องถิ่นขาดการเรียนรู้ขาดการศึกษาประวัติศาสตรท้องถิ่นของตนเองนั่นเอง และคนเมืองขุขันธ์มีการศึกษาในระดับสูงเป็นจำนวนมากแต่ไม่กลับถิ่นเกิดก็ยังไม่ได้มีเวลาสืบค้น...ทำให้ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง
การเรียนรู้ซึ้งถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งทั้งเรื่องราวที่ได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและทั้งที่ไม่ได้บันทึกไว้ การศึกษาและการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะทำให้คนรู้ถึงภูมิหลังของตนเองมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการเคารพและภาคภูมิใจในตนเองและในขณะเดียวกันก็จะเกิดการเคารพบุคคลอื่นด้วย ประการสำคัญการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นทำให้เรารู้ถึงอดีตซึ่งจะนำไปสู่การ มีความสามารถที่จะกำกับและจัดการกับปัจจุบันได้อันจะนำไปสู่การพัฒนาตน พัฒนาท้องถิ่นในอนาคตต่อไปได้
ดังนั้นทุกคนจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตนเอง แต่เป็นที่น่า เสียดายที่ระบบการศึกษาของไทยทางด้านสังคมศาสตร์ไม่ได้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตนเองแต่ละท้องถิ่น แต่ได้มีการสอนประวัติศาสตร์ตามหนังสือ โดยไม่ให้ได้เรียนรู้โดยการสืบค้นและเผชิญสืบรับฟังจากการบอกเล่าของคนในท้องถิ่น ทำให้ไม่เข้าใจและไม่รับรู้ในรากเง้าของบรรพบุรุษของตนเอง แต่กลับไปสนใจศึกษายกย่องเชิดชูประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบ้านอื่นเมืองอื่นยิ่งกว่าท้องถิ่นของตนเอง จึงทำให้ความรักความหวงแหนความภาคภูมิใจในท้องถิ่นแผ่นดินเกิดก็ไม่มีดังจะเห็นเป็นความจริงอยู่ไม่น้อยว่า ผู้ที่ได้รับการศึกษาในระดับสูงๆ แล้วส่วนใหญ่จะไม่ยอมกลับถิ่นฐานเดิมอันเป็นแผ่นดินเกิดแต่กลับไปกระจุกประกอบอาชีพอยู่ในเมืองใหญ่ ๆทำให้ท้องถิ่นชนบทขาดผู้นำในการพัฒนาอันส่งผลให้เกิดปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย หนึ่งในหลาย ๆ สาเหตุเกิดจากการที่คนในท้องถิ่นขาดการเรียนรู้ขาดการศึกษาประวัติศาสตรท้องถิ่นของตนเองนั่นเอง และคนเมืองขุขันธ์มีการศึกษาในระดับสูงเป็นจำนวนมากแต่ไม่กลับถิ่นเกิดก็ยังไม่ได้มีเวลาสืบค้น...ทำให้ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง
วันอังคาร, พฤศจิกายน 11, 2008
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
“ต้นตาล ๙ ยอด ๙ พระยาแห่งเมืองขุขันธ์”
ต้นตาล ๙ ยอด เป็นต้นตาลที่มีความแปลกเพราะลำต้นเดียว แต่แตกแขนงลำต้นออกเป็น ๙ แขนง ๙ ยอด เคยมีชีวิตและตั้งต้นตระหง่านมาตั้งแต่กำเนิดเมืองขุขันธ์ ณ หมู่บ้านตาดม หมู่ที่ ๘ ตำบลห้วยใต้
อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษได้ล้มตายลงเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ปัจจุบันยังคงเหลือแต่เพียงร่องรอยภาพถ่ายแห่งอดีตมาถึงปัจจุบัน
อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษได้ล้มตายลงเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ปัจจุบันยังคงเหลือแต่เพียงร่องรอยภาพถ่ายแห่งอดีตมาถึงปัจจุบัน